เที่ยวภูฏานวิมานมังกรสันติ ด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหุบเขาสูงกว่า 2,000 เมตรสลับกับ ภูเขาสูงชันกว่า 7,000 เมตร จึงเป็นที่มา ของชื่อ “ภูฏาน” แปลว่าดินแดนบนที่สูง หรือ อาณาจักรบนฟ้า แต่ชาวภูฏานเรียกประเทศตนเองว่า “ดรุกยุล” หรือดินแดน แห่งมังกรผู้รักสันติและเรียกเผ่าพันธุ์ตนว่า “ดรุกปา” หรือชาวมังกรสันติ ดินแดนแห่งขุนเขาอันลึกลับแห่งนี้ทำให้ผู้ไปเยือน ชื่นตาสบายใจกับสายธารใสบริสุทธิ์ที่ทอดยาวไกลไปท่ามกลางความเขียวขจีของทุ่งนาป่าเขา จนเป็นอีกที่หนึ่งในโลกที่ได้ สมญานามว่า “สวิสแห่งเอเชีย”
ติดต่อสอบถามโปรโมชั่น เที่ยวซาปา ด้วยตัวเอง
11.00 น. พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 5 เคาน์เตอร์ J สายการบินดรุ๊กแอร์
13.40 น. ออกเดินทางสู่ภูฏาน โดยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB 151
15.55 น. (เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ช.ม.) ถึง สนามบินพาโร (Paro International Airport) เมืองหน้าด่านในหุบเขาแสนสวย ที่มีภูมิประเทศเหมาะที่สุดในการก่อสร้างสนามบินของภูฏาน ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
หลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ ให้ท่านแลกเงินงุลดรัม (Ngultrum) ที่สนามบินพาโร
จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่เมืองหลวงทิมพู (Thimphu) (ระยะทาง65 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ช.ม.) ระหว่างทางแวะถ่ายรูป 2 สถานที่
- สำนักสงฆ์ตัมโช (Tamchoe Monastery) ที่มีสะพานแขวนทอดข้ามแม่น้ำซึ่งสร้างโดยพระโยคีลามะ ในศตวรรษที่ 15
- เจดีย์สามองค์ริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเป็นเจดีย์แบบทิเบต ภูฏาน และเนปาลที่จุดบรรจบของแม่น้ำพาชูกับแม่น้ำทิมพูชู ที่บริเวณด่านชูซอม (Chuzom)
จากนั้นเดินทางต่อท่ามกลางทิวทัศน์แสนสวยแปลกตา สู่นครหลวงทิมพู ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,350 เมตร
นำเข้าชมภายใน ทิมพู ซอง (Thimpu Dzong) หรือมีชื่อเป็นทางการว่า “ตาชิโช ซอง” (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นป้อมปราการที่ตั้งของสำนักพระราชวัง และทำเนียบรัฐบาล มีห้องทำงานมาก กว่า 100 ห้อง ในส่วนของมหาอารามนั้นจะมีตำหนักที่ประทับฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ในส่วนของซองแห่งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้เฉพาะในส่วนของบริเวณวัด ซึ่งที่ในโบสถ์มีพระประธานเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์ ท่านคุรุปัทมสัมภวะ และท่านซับดรุง งาวัง นัมเกลซึ่งเป็นผู้รวบรวมชนเผ่าจนเกิดเป็นประเทศภูฏาน
พิเศษ นำชมนาฏศิลป์ภูฏานในชุดระบำหน้ากากที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และ ชมการเต้นรำพื้นเมืองของชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทั่วประเทศ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พัก Hotel Phuntsho Pelri หรือ เทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางเข้าสู่เขตเทือกเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนกึ่งป่าดงดิบ จนถึงช่องเขา “โดชูลาพาส” (Dochula Pass) หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง 3,145 เมตร
นำชมสถูป ดรุค วังเกล (Druk Wangyel Chorten) 108 องค์ ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระราชินี อะชิ ดอร์จิ วังโม วังซุก (ร.4) เพื่อ ถวายพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์108 องค์และเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสงบสุข
ขอเชิญทุกท่านแวะชิมชา กาแฟและขนมว่างท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติค ณ จุดชมวิวบนเขา ซึ่งในวันที่อากาศสดใสจะมองเห็นยอดเขาโต๊ะที่มียอดแบนราบเหมือนโต๊ะและยอดเขาอื่นๆบนเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงกว่า 7,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล
จากนั้น นำเดินทางข้ามภูเขาสู่เมืองหลวงเก่า ปูนาคา (Punakha) ที่มีภูมิประเทศสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร และมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเมืองทิมพู ด้วยเหตุนี้กษัตริย์ภูฏานและ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานมาปูนาคาในฤดูหนาว
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโลเบซ่า (Lobesa) ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือนด้วยรูปอวัยวะเพศชายตามความเชื่อเรื่องสิริมงคลแห่งการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและพลังของการให้กำเนิดชีวิต เพลิดเพลินชมท้องทุ่งนากลางหุบเขา
นำชม วัดชิมิ (Chimi Lhakhang) หรือวัดแห่งการเกิด ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยท่าน Drukpa Kuenley นักบวชลามะผู้ที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์พลังลึกลับและอิทธิปาฏิหาริย์ท่านได้สะกดวิญญาณนางปีศาจร้ายที่แฝงตัวมาในรูปของสุนัขสีแดงเอาไว้ใต้เจดีย์ด้วยเครื่องมือที่เป็นรูปอวัยวะเพศชาย ชาวภูฏานจึงนิยมมาขอพรเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตและการขอบุตรกันที่วัด “ชิมิลาคัง” ***(ท่านที่มีความประสงค์จะเดินไปนมัสการและขอพรที่วัด ชิมิ จะมีไกด์พาไปถึงที่วัด ใช้เวลาเดินถึงวัดประมาณ 30นาที)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Zhingkham รับประทานอาหารพร้อมกับชื่นชมความสวยงามของ ปูนาคาซอง ซึ่งเป็นร้านเดียวที่ได้เห็นวิวนี้
หลังอากหารนำท่านเข้าชม ปูนาคา ซอง (Punakha Dzong) ซึ่งเป็นซองขนาดใหญ่ และสำคัญที่สุด เป็นสถานที่เก็บ พระอัฐิ ของท่านธรรมราชาซับดรุง งาวัง นัมเกล ผู้รวมชาติภูฏาน และ ยังเป็นสถานที่ ซึ่งพระเจ้าอุกเยน วังชุก กษัตริย์พระองค์แรก ได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน ภายในซองแห่งนี้มีพระตำหนักและท้องพระโรงซึ่งใช้เป็นสถานประกอบพระราชพิธีต่างๆ
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ทิมพู
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong) ซึ่งเป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ สร้างขึ้นในสมัยรวมชาติ ใช้เป็นโรงเรียนสอนภาษา “ซองคา” ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติ
ทางบริษัทได้จัดเตรียมชุด “คีรา” และ “โค” ชุดประจำชาติของภูฏาน ให้ท่านได้สวมใส่เที่ยวในเมืองทิมพู
จากนั้นนำแวะชมวิวบนเนินเขา Kuenselphodrang เหนือตัวเมืองในจุดที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศภูฏาน พร้อมนมัสการพระพุทธรูปหล่อสัมริดประทับนั่งกลางแจ้ง Big Buddha สูง51.50 เมตรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของชาวพุทธจากทั่วโลก
เที่ยง รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำชม อนุสรณ์สถาน Memorial Chorten หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี ดอร์จี วังชุก กษัตริย์องค์ที่3 หรือพระบิดาแห่งภูฏานนยุคใหม่ ทรงมีพระประสงค์จะสร้างสถูปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แต่ท่านได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ
จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม สวนสัตว์พื้นเมือง ชมตัว “ทาคิน” สัตว์ประจำชาติของภูฏาน เป็นสัตว์บนภูเขาสูง ที่มีลักษณะผสมระหว่าง แพะกับวัว ที่มีถิ่นอาศัยอยู่โดยเฉพาะในภูฏานและบางส่วนของมณฑลเฉฉวนของจีนเท่านั้น
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองพาโร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พัก Hotel Olathang หรือ เทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้านำท่าน เดินเท้า (หรือขี่ม้า) ขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งแบ่งการเดินออกเป็น2ช่วง ใช้เวลาช่วงละประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 2,000-3,000เมตร ในเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธมหายาน ขอเชิญแวะพักเหนื่อยดื่มชากาแฟที่จุดชมวิว Taktshang Cafe ในช่วงที่ 1 (เป็นจุดที่ตั้งภัตตาคารอาหารกลางวัน) จากนั้นท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง (เดินประมาณ 2 ช.ม.) เข้าสู่ วัดตั๊กซัง (Taktshang Lhakhang) หรือวัดถ้ำเสือ ซึ่งเป็นวัดถ้ำ13 วัดที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผาที่ดูเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆ นับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์ 1 ใน 10 ของโลก และมีความสำคัญที่สุดของชาวภูฏาน ซึ่งทุกคนจะต้องขึ้นไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต ตามตำนาน ที่เชื่อกันว่า ถ้ำเสื้อหรือรังเสือ (Tiger Nest) แห่งนี้คือสถานที่ๆ กูรู ริมโปเช หรือท่านปัทมสัมภวะ ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งคำสอนแบบ วัชรญานตันตระที่เดินทางโปรดสัตว์มาจากทิเบต ได้ขี่นางเสือ ขึ้นไปสร้างสมบุญบารมีนั่งวิปัสสนากรรมฐานบำเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่ในถ้ำนานถึง3เดือน ก่อนที่ท่านจะได้ประกาศคำสอนสู่สานุศิษย์เพื่อเผยแผ่พระศาสนาสู่ดินแดนพุทธภูมิภูฏาน ในพุทธศตวรรษที่12
การเดินขึ้นไปถึงวัดตั้กซัง ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ อากาศบนที่สูงเบาบางซึ่งอาจจะทำให้เหนื่อยง่าย ท่านที่ต้องการสละสิทธิ์กรุณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมการดูแล
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ Takshang café
นำท่านลงจากวัดตั๊กซัง
หลังจากกลับลงจากวัดตั๊กซัง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดคิชู (Kichu Temple) อายุ 1,300 ปี วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน ที่ตามประวัติว่าสร้าง ตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต ซึ่งกษัตริย์ซองเซนกัมโป ที่ชาวทิเบตยกย่องว่าเป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต และโปรดให้สร้างวัดขึ้น 108 แห่ง เพื่อตอกหมุดสะกดอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ขวางกั้นการประกาศพระธรรมจักรบนเทีอกเขาหิมาลัย
หลังจากนั้นนำท่านช็อปปิ้ง ณ ตัวเมืองพาโร (หากมีเวลา)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พัก Hotel Olathang หรือ เทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำเดินทางสู่สนามบินเมืองพาโร
08.30 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB 150
12.40 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ มิรู้ลืม

