ถามโปรโมชั่นโปรแกรมทัวร์ ทัวร์เวียดนาม กรุ๊ปเหมา ทัวร์ญี่ปุ่น HOKKAIDO ใบไม้เปลี่ยนสี พี่กลับมาแล้ว โดยทีมงาน VN TO YOU TOUR CO., LTD. บริการนำเที่ยวในประเทศเวียดนาม (เหนือ-กลาง-ใต้) ฮานอย ซาปา ฮาลองเบย์ เว้ ดานัง ฮอยฮัน ดาลัด โฮจิมินห์ซิตี้

  • แช่ออนเซ็นเท้า – บ่อโอยุนุมะ – นั่งกระเช้าลอยฟ้า – ฟาร์มหมีโนโบริเบตสึ – หมู่บ้านพื้นเมืองเผ่าไอนุ
  • หุบเขานรกโนโบริเบตสึ – โจซังเก – ชมใบไม้เปลี่ยนที่ที่โจซังเค – สะพานฟุตามิ – เขื่อนโฮเฮเคียว
  • ซัปโปโร – มื้อเที่ยงบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ – โรงงานช็อกโกแลต – พิพิธภัณฑ์เบียร์ – ที่ว่าการเก่าเมืองซัปโปโร
  • ทานุกิโคจิ – ตลาดนิโจ – ชมต้นแปะก๊วยที่ Hokkaido University – โอตารุ – คลองโอตารุ
  • พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – โรงเป่าแก้ว – ศาลเจ้าฮอกไกโด –  Mitsui outlet
ทัวร์เวียดนาม กรุ๊ปเหมา ทัวร์ญี่ปุ่น HOKKAIDO ใบไม้เปลี่ยนสี พี่กลับมาแล้ว
รหัส 062-9040
วันที่เดินทาง
ต.ค.65
ช่วงเวลา
5 วัน 3 คืน

ติดต่อสอบถามโปรโมชั่น ทัวร์เวียดนาม กรุ๊ปเหมา

แผนการเดินทาง
วันที่ 1
สนามบินสุวรรณภูมิ

 21.00 น.      คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เคาท์เตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยสะดวกการเช็คอิน

 23.00 น.     ออกเดินทางจากประเทศไทย โดยสายการบินแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เที่ยวบินที่ XJ620

>>มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง<<

วันที่ 2
โนโบริเบตสึ - นั่งกระเช้าลอยฟ้า - ฟาร์มหมีโนโบริเบตสึ - หมู่บ้านพื้นเมืองเผ่าไอนุ - หุบเขานรกโนโบริเบตสึ - แช่ออนเซ็นเท้า - บ่อโอยุนุมะ - โจซังเก

08.00 น.     เดินทางถึงสนามบินนิวชิโตเสะ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่า ประเทศไทย 2 ชั่วโมง โปรดปรับเวลานาฬิกาของท่านให้เป็นเวลาท้องถิ่น) ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง

ฮอกไกโด (Hokkaido / 北海道) เป็นทั้งภูมิภาค ชื่อของเกาะ และยังเป็นหนึ่งใน 47 จังหวัดของประเทศญี่ปุ่น โดยชื่อมีความหมายของชื่อตามตัวว่า “ทางสู่ทะเลเหนือ” เกาะฮอกไกโด ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจาก เกาะฮอนชู (Honshu) ซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่น โดยมีอุโมงรถไฟชินคันเซ็นใต้ทะเลชื่อว่า อุโมงค์เซกัง (Seikan Tunnel) เชื่อมระหว่างทั้งสองเกาะบริเวณช่องแคบช่องแคบสึงารุ (Tsugaru Strait)

นำท่านเดินทางสู่โนโบริเบตสึ โดยรถโค้ชปรับอากาศ บริการเสิร์ฟน้ำเปล่าท่านละ 1 ขวด

จิโกคุดานิ หรือ หุบเขานรก เป็นบริเวณที่มีความร้อนจากปากปล่องภูเขาไฟและยังเป็นต้นกำเนิดของน้ำพุร้อนและออนเซ็นหลายแห่ง ทำให้เมืองโนโบริเบตซึเป็นเมืองแห่งออนเซนอันดับหนึ่งของฮอกไกโด ด้านในมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นปล่องความร้อน ที่เกิดจากปฏิกริยาภูเขาไฟ และยังมีสะพานไม้ให้เดินไปด้านล่างเพื่อชมบ่อน้ำร้อนอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญหุบเขานรกแห่งนี้เองที่เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องแฟนเดย์

นำท่านขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสู่ยอดเขาโนโบริเบตสึ เพื่อเข้าเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล(Noboribetsu Bear Park) ตั้งอยู่บนยอดเขาโนโบริเบ็ทสึ ของเมืองโนโบริเบทสึ (Noboribetsu) ที่อยู่ในจังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) หมีสีน้ำตาลเป็นหมีที่มีถิ่นกำเนิดที่เกาะฮอกไกโดและไซบีเรีย ดังนั้นเมื่อมาถึงแล้วไม่ควรพลาดชม เพราะหมีสีน้ำตาลนั้นใกล้สูญพันธุ์และหาพบได้ยากมากๆ ภายในสวนมีหมีสีน้ำตาลฮอกไกโดกว่า 100 ตัว คอยโบกมือรอขนมจากคนดู และยังมีโซน “กรงมนุษย์” ให้เราได้ดูหมีแบบใกล้ชิดในทางเดินด้านใต้กรงหมี นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับหมีสีน้ำตาลให้ผู้เข้าชมได้รับความรู้ ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึก ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก โดยจะเปลี่ยนสีในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี 

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการพยากรณ์ล่วงหน้าโดยอ้างอิงจากปีก่อนๆเท่านั้น เมื่อถึงวันเดินทางจริงอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ช้าหรือเร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

นำท่านดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโดที่ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชิวิตของชนเผ่าไอนุในช่วงยุคเมจิ  สามารถเข้าไปลองใส่ชุดชนเผ่าไอนุได้ ค่าเช่าชุด (500 เยน / คน) และมาเรียนรู้วิถีชีวิตชาวไอนุในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ ชม poloship (เรือใหญ่) Thamasai (สร้อยคอ), เครื่องครัว และ Emi (ดาบ) ต่างๆ ที่ทำด้วยภูมิปัญญาของชาวไอนุ ได้ที่นี่

จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าลอยฟ้ากลับมายังจุดจอดรถ เพื่อเดินทางต่อไปยัง หุบเขานรก จิโกกุดานิ หรือมีอีกชื่อหนึ่งที่เป็นฉายาที่ได้รับการขนานนามว่า “Hell Valley” ตั้งอยู่เหนือย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ(Noboribetsu Hot Springs) น้ำร้อนในลำธารของหุบเขาแห่งนี้มีแร่ธาตุกำมะถัน ซึ่งก็เป็นแหล่งต้นน้ำของย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ จะมีเส้นทางตามหุบเขาสามารถเดินไต่ขึ้นเนินไปเรื่อยๆประมาณ 20-30 นาที วิ่งแรกที่จะเห็นก็จะเป็นบ่อโอยุนุมะ(Oyunuma) ซึ่งบ่อนี้เป็นเป็นบ่อน้ำร้อนกำมะถัน อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส น้ำที่ไหลออกจากบ่อโอยุนุมะ เป็นลำธารเรียกว่า “โอยุนุมะกาว่า(Oyunumagawa)” ซึ่งไหลผ่านป่าเป็นแม่น้ำหลายร้อยเมตร จุดนี้เองเราสามารถนั่งเพลินพร้อมแช่เท้าท่ามกลางทัศนียภาพกันงดงามตระการตาของธรรมชาติที่แน่นมากๆ ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีประมาณกลางเดือนตุลาคมของทุกปี ยิ่งถือเป็นช่วงพีคสุดของการท่องเที่ยวของที่นี่เลย

รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ที่พัก Jozankei Onsen Hotel หรือเทียบเท่า

ดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นของคนญี่ปุ่น

วันที่ 3
โจซังเค - สะพานฟุตามิสึริ - เขื่อนโฮเฮเคียว - ซัปโปโร - โรงงานช็อกโกแลต - พิพิธภัณฑ์เบียร์ - ที่ว่าการเก่าเมืองซัปโปโร - ทานุกิโคจิ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

โจซังเคออนเซ็น(Jozankei Onsen, 定山渓温泉) ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติชิโกะซุ โทยะ(Shikotsu-Toya National Park) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักท่องเที่ยว น้ำพุร้อนโจซังเค ถูกค้นพบเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1866 จึงทำให้ภายในเมืองมีที่พักหายหลายแบบผุดขึ้นมาหลายแห่งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลกันเข้ามาเมืองแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย แม้จะไม่ได้เป็นเมืองที่ขนาดใหญ่โตอะไรมาก หากก็มีโรงแรมเรียวกังกว่า 12 แห่ง และยังมีบ่อแช่เท้าฟรีที่สามารถพบได้ทั่วเมืองอีกด้วย

นำท่านออกเดินทางจากโรงแรมสู่ สะพานฟุตามิสึริ (Futamitsuri Bridge) ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สะพานฟุตามิ สะพานสีแดงที่ทอดข้ามแม่น้ำโทโยฮิระสะพานแห่งนี้ถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะออกไกโด 

เขื่อนโฮเฮเคียว เป็นเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่ในเขตหมู่บ้านโจซังเค ฟินไปกันวิวเขื่อน และต้นไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นแซมตามภูเขาหิน เขื่อนโฮเฮเคียวตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ ชิโคทสึโทยะ จากปากทางเข้าเขื่อนถึงตัวเขื่อน ระยะทางประมาณ 2 กม.เป็นเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริเวณโดยรอบเขื่อนแวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์ที่งดงามของสันเขา หินสูงชัน รวมกับโชว์การปล่อยนํ้าออกจากเขื่อนอันทรงพลัง (ทุกปีตั้งแต่ วันที่ 1 เดือนมิถุนายน-วันที่ 31 เดือนตุลาคม เวลา 9:00 น.-16:00 น.) ก่อกำเนิดภูมิสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ เป็นที่ชมใบไม้สีแดงในฤดูใบไม้ร่วงที่ขึ้นชื่ออย่างมากของเมืองซัปโปโร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร ป็นเมืองหลักของฮอกไกโด มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ราว 2 ล้านคน พื้นที่ประกอบด้วยที่ราบซึ่งเป็นเขตตัวเมือง และพื้นที่ภูเขาซึ่งเหมาะแก่การเล่นสกีในหน้าหนาว รวมถึงการขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเมืองโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

 รับประทานอาหารเที่ยง เมนูบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรงงานช็อกโกแลตอิชิยะ (Ishiya Chocolate Factory) เป็นโรงงานในเมืองซัปโปโรที่ผลิตช็อกโกแลตชื่อดังอย่าง Shiroi Koibito คุ้กกี้สอดไส้ไวท์ช็อกโกแลต ที่ทำจากนมโคจากฮอกไกโดที่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่น จึงทำให้คุกกี้สอดไส้ไวท์ช็อกโกแลตอย่าง Shiroi Koibito มีรสชาติอร่อยกลมกล่อมสุดๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นของฝากยอดนิยมติดอันดับสูงสุดของเกาะฮอกไกโด นอกจากของฝากแสนอร่อยแล้ว ภายในบริเวณของโรงงานผลิตช็อกโกแลตยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ (มีค่าใช้จ่าย ไม่รวมในค่าทัวร์) สวนสำหรับนั่งเล่น มีร้านอาหารอร่อยๆ ให้เลือกชิม 

เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร เป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งเดียวในประเทศญี่ปุ่น และตั้งอยู่ในซัปโปโรการ์เด้นพาร์ค อาคารก่ออิฐแดงถูกสร้าง โดยโรงงานน้ำตาลมนเบทสึ ในปี ค.ศ. 1879 ในฐานะผู้ผลิตน้ำตาลหัวผักกาด หลังจากสิ้นสุดสงครามชิโน-ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1895 ความต้องการในตลาดน้ำตาลลดลง บริษัท เบียร์ซัปโปโร จึงได้ซื้อกิจการ และปรับปรุงโรงงานน้ำตาล เพื่อใช้เป็นโรงงานผลิตเบียร์ ซึ่งอาคารพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโรแห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1987 หลังจากที่มีการย้ายโรงงานไปยังโรงเบียร์เอนิวะ ภายหลังอาคารพิพิธภัณฑ์ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่และได้เปิดบริการอีกครั้ง ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2004 และได้รับการจดทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกฮอกไกโด  (Hokkaido Heritage) เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 2004 พิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเบียร์ และซัปโปโรเบียร์ ตั้งแต่บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง, ขั้นตอนการผลิต และเครื่องมือสำหรับการต้มเบียร์ ในส่วนของพรีเมี่ยมทัวร์นั้น ผู้เข้าชมสามารถลองลิ้มชิมรส ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของเบียร์ซัปโปโรได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ ลานเบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Garden) ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินไปกับ เบียร์สดที่รินอย่างประณีตทีละแก้ว ในภัตตาคารหลายร้านที่บริการ พร้อมอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ยอดนิยม ได้แก่ จิงกิสข่าน *อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของฮอกไกโด, ปู, ซูชิ และอื่นๆ

ถ่ายรูปคู่กับ ที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด สถานที่ทางราชการที่สำคัญในยุคสมัยก่อนที่ตั้งอยู่ที่เมืองซัปโปโร เป็นอาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในไม่กี่อาคารของญี่ปุ่นสมัยนั้น โดยสิ่งหนึ่งที่ทำให้อาคารนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะก็จากการที่มีสไตล์การสร้างแนวอิฐแดง รูปแบบด้านนอกอาจจะเน้นผสมผสานของตะวันตก ที่นี่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา ด้านหน้าอาคารมีสัญลักษณ์ดาวห้าแฉก ธงรูปดาวเจ็ดแฉก และสวนหย่อมที่ร่มรื่น เรียงรายด้วยต้นซากุระ และต้นแปะก๊วย

อิสระช้อปปิ้งที่ ทานุกิโคจิ  แหล่งชอปปิ้งที่อยู่ภายใต้หลังคาคลุมยาวระยะทางกว่า 1 กม. ถูกแบ่งเป็น 7 ส่วนหรือ 7 บล็อค สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้ามากมายกว่า 100 ร้าน ทั้งร้านขนม อาหาร ยา เสื้อผ้า รองเท้า ABC Mart หรือแม้แต่ร้านDon Quijote สารพัดร้านค้าในย่านนี้ นอกจากสถานที่แห่งนี้ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี จะเป็นแหล่งชอปปิ้งแล้ว ยังใช้เป็นที่จัดกิจกรรม เทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลทะนุกิ ช่วงฤดูหนาว หรือจะใช้เป็นจุดรวมพลของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น เพื่อนัดไปปาร์ตี้สังสรรค์กันต่อยามดึก  บางทีก็เห็นคนมาเปิดหมวกร้องเพลงกันด้วยนะ

อิสระรับประทานอาหารเย็น

ที่พัก Sapporo Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่ 4
ตลาดปลานิโจ - ชมต้นแปะก๊วยที่ Hokkaido University - โอตารุ - คลองโอตารุ - พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี - โรงเป่าแก้ว - ศาลเจ้าฮอกไกโด - Mitsui outlet

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางจากโรงแรมไปสู่ ตลาดปลานิโจ ดื่มด่ำกับอาหารตามฤดูกาลของฮอกไกโดที่ตลาด ทั้งข้าวหน้าอาหารทะเล ซูชิ และปู เมื่อกล่าวถึงฮอกไกโดแล้วคือตัวแทนของ “ความอร่อย” ของฮอกไกโดจะมารวมกันที่ซัปโปโร และที่ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการกินของซัปโปโรคือตลาดกลางขายส่งเมืองซัปโปโร ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด ข้างๆ จะมี ตลาดโจไก และศูนย์กลางตลาดขายส่งเมืองซัปโปโร ที่คนทั่วไปจะสามารถสนุกสนานกับการรับประทานอาหาร หรือจับจ่ายซื้อของได้ และจะคับคั่งด้วยนักท่องเที่ยวและชาวซัปโปโรที่มาซื้อของทะเลหรือพืชผักผลไม้จากที่ต่างๆ ของฮอกไกโด “ตลาดปลานิโจ” ที่อยู่ใจกลางเมืองซัปโปโรก็มีชื่อเสียงในฐานะเป็นตลาดที่มีมาตั้งแต่สมัยเมจิ ขอเชิญเพลิดเพลินไปกับการชิมข้าวหน้าอาหารทะเลและซูชิ ที่ใช้อาหารทะเลสดๆ ที่เพิ่งซื้อมาในตอนเช้าอย่างเต็มที่ และขอเชิญรับประทานปูเป็นๆ ในอ่างที่นำมาลวกน้ำร้อน … เป็นความอร่อยที่มีเฉพาะในตลาดเท่านั้น

จากนั้นนำท่านชมอุโมงค์ต้นแป๊ะก๊วยที่ มหาวิทยาลัยฮอกไกโด มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองซัปโปโร โดยที่นี่นอกจากจะมีชื่อเสียงทางด้านการศึกษาแล้ว ในส่วนของบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยยังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ และมีธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะแนวถนนที่มีอุโมงค์ต้นแปะก๊วยที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นจุดชมใบแปะก๊วยที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ถนนสายนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “Ginkgo Avenue” เมื่อเข้ามาทางประตูคิตะจูซันโจ (Kitajusanjo) ของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ก็จะพบกับถนนที่เรียงรายด้วยต้นแปะก๊วยราว 70 ต้นทอดยาวราวกับอุโมงค์สีเหลืองทองสวยงาม เป็นระยะทางประมาณ  380 เมตร ในทุกปีช่วงวันเสาร์และอาทิตย์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมจะมีการจัดงานเทศกาลชมใบแปะก๊วยพร้อมจัดแสดงไฟไลท์อัพในช่วงกลางคืนอีกด้วย (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ วันเดินทาง)

รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหารท้องถิ่น เมนูปลาย่างฮอกเกะ

จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองโอตารุ เป็นเมืองท่าสำคัญของซัปโปโร และบางส่วนของเมืองตั้งอยู่บนที่ลาด  ต่ำของภูเขาเท็งงุ ซึ่งเป็นแหล่งสกีและกีฬาฤดูหนาวที่มีชื่อเสียง ชม คลองโอตารุ หรือ “โอตารุอุนงะ” มีความยาว 1.5 กิโลเมตร ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง โดยมีโกดังเก่าบริเวณโดยรอบซึ่งได้รับการปรับปรุงเป็นร้านอาหารเรียงรายอยู่ ไฮไลท์ของที่นี่ คือ บรรยากาศสุดแสนโรแมนติก คลองแห่งนี้สร้างเมื่อปี 1923 จากการถมทะเล เพื่อใช้สำหรับเป็นเส้นทางการขนถ่ายสินค้ามาเก็บไว้ที่โกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และมีการถมคลอง ครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนหลวงสาย 17 แล้วเหลืออีกครึ่งหนึ่งไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีการสร้างถนนเรียบคลองด้วยอิฐแดงเป็นทางเดินเท้ากว้างประมาณ 2 เมตร อิสระเดินชมตามอัธยาศัย 

ชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี เป็นหนึ่งในร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีในญี่ปุ่น โดยตัวอาคารมีความเก่าแก่สวยงาม และถือเป็นอีกหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี เป็นหนึ่งในร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีในญี่ปุ่น โดยตัวอาคารมีความเก่าแก่สวยงาม และถือเป็นอีกหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เมือง เครื่องแก้วนับเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ขึ้นชื่อของเมืองโอตารุ Kitaichi Glass เป็นแบรนด์เครื่องแก้วชั้นนำของโอตารุ โดย

โรงงานเป่าแก้วคิตะอิจินั้นถือเป็นแหล่งผลิตเครื่องแก้วคุณภาพสูงที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน โรงงานแห่งนี้มีประวัติเก่าแก่นับร้อยปี มีทั้งหมด 8 สาขาในเมือง มีสาขาที่ใหญ่ที่สุดคือ สาขาที่ 3 มีโซนร้านค้าและคาเฟ่ “Kitaichi Hall” ที่ประดับตกแต่งด้วยตะเกียงน้ำมันจำนวน 167 ชิ้น และตกแต่งกระจกสีที่ฝ้าทั้งแถบสร้างบรรยากาศสุดพิเศษ ใครชื่นชอบการประดิษฐ์หรืออยากได้แก้วที่ไม่เหมือนใคร ก็สามารถเข้าร่วมเวิร์คช็อปทำเครื่องแก้วของตัวเองที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกได้ในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ‘ศาลเจ้าฮอกไกโด’ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนเมืองซัปโปโร ในปีค.ศ. 1869 รัฐบาลได้ยกเลิกระบบศักดินา แล้วแทนที่ด้วยระบบจังหวัด และเข้าควบคุมท้องที่ จักรพรรดิเมจิได้เลือกเทพสามองค์ เพื่อให้ปกปักคุ้มครองการบุกเบิกฮอกไกโด เทพโอคุนิทามะ เทพโอนามุจิ และเทพซุกุนาฮิโคนะสถิตอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่า ศาลเจ้าซัปโปโรจิงจะ ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อศาลเจ้าฮอกไกโดจิงกู ส่วนเทพเจ้าองค์ที่สี่ที่สถิตอยู่ที่นี่ก็คือจักรพรรดิเมจิ ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกทำลายจากไฟไหม้ในปีค.ศ. 1974 แต่ก็ได้รับการบูรณะในปีค.ศ. 1978

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Mitsui Outlet เป็นเอาท์เล็ตขนาดใหญ่ของซัปโปโร มีทั้งหมด 2 ชั้นรวมร้านค้ากว่า 180 ร้าน ที่สำคัญยังเป็นเอาท์เล็ตในร่ม ดังนั้นไม่ว่าจะหิมะหรือฝนตก ก็ยังสนุกกับการช้อปปิ้งได้ อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย 

อิสระรับประทานอาหารเย็น

ที่พัก Sapporo Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่ 5
สนามบินชิโตเสะ - กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางไปยังสนามบินนิวชิโตเสะ เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

11.00 น.     ออกเดินทางจากสนามนิวบินชิโตเสะ โดยสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ เที่ยวบินที่ XJ621

17.00 น.     เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ